วาฟเฟิล WAFFLE ขนมรูปทรงรังผึ้ง ทำง่าย ขายดี ทานคู่กับอะไรก็อร่อย

วาฟเฟิล
สารบัญบทความ

ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเบเกอรี่ขนมหวานลายตารางชิ้นเล็ก ส่งกลิ่นหอมหวานชวนรับประทาน ทำมาจากแป้งสาลี น้ำตาล ไขมัน และนม มีชื่อว่าขนม วาฟเฟิล WAFFLE เป็นคำที่ถูกแปลงมาจากภาษาดัดซ์ มีความหมายถึงชิ้นส่วนของรังผึ้ง หรือก็คือรูปร่างลักษณะของขนมที่มีลักษณะคล้ายกับรังผึ้ง นิยมนำมารับประทานคู่กับผลไม้ น้ำผึ้ง แยมรสชาติต่างๆ หรือแม้แต่นำมาทำเป็นแซนวิซทานเป็นอาหารว่างได้

ทำความรู้จัก วาฟเฟิล ขนมรูปรังผึ้งนี้มีที่มา

วาฟเฟิล ถือกำเนิดขึ้นมาแล้วหลายพันปี ได้รับความนิยมมากในประเทศอเมริกัน ประวัติวาฟเฟิล ถูกกล่าวถึงที่มาที่ไปหลายเรื่องราวด้วยกัน จนไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริงกันแน่ ในบางเรื่องราวกล่าวว่าถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุคหินใหม่ โดยเริ่มจากการนำแป้งจากเมล็ดธัญพืชมาทำเป็นขนม และใช้หินร้อนทำให้สุก

วาฟเฟิล

ขนมที่มีนานาน และถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมาถึงยุคเหล็กที่ทันสมัยขึ้น จึงได้มีการพัฒนาเครื่องมือสำหรับ ทำขนมวาฟเฟิล จากเหล็กขึ้นมา เรียกกันว่า กระทะวาฟเฟิล และได้มีการสร้างลวดลายตกแต่งเพิ่มเติมให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ต่อมาในยุคกรีกโบราณก็ได้มีการพัฒนาเครื่องทำ วาฟเฟิล ขึ้นมาอีก โดยสร้างให้มีลักษณะเป็นเตาวาฟเฟิลแผ่นเล็ก 2 ชิ้นประกบกัน ก่อนจะถูกพัฒนาเรื่อยมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนทำขนมอย่างเราๆ จนถึงยุคปัจจุบัน

ประวัติความเป็นมาของขนม วาฟเฟิล 

วาฟเฟิล มีเรื่องราวกล่าวถึงขนมที่น่าจะเป็นจริงที่สุดว่า ถือกำเนิดมาตั้งแต่ 4000 ปีก่อน โดยชาวกรีกโบราณ โดยนำแป้งสาลีไม่ขัดสีมาผสมกับน้ำ กวนให้ร้อนก่อนจะนำมาใส่บนหินร้อน และพลิกกลับเพื่อให้สุกทั่วกันทั้งสองด้าน ในยุคสมัยนั้น สูตรวาฟเฟิล มีรสชาติไม่หวานเหมือนปัจจุบัน ต่อมาในยุคกลางในยุโรปชาวคริสต์มักจะรับประทานวาฟเฟิลกันหลังสวดมนต์เสร็จ และได้มีการทำ ขนมวาฟเฟิล ให้มีรูปร่างเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา อย่างเช่นรูป ไม้กางเขน และเรียกว่า OUBLIES

วาฟเฟิล

ขนมวาฟเฟิล สามารถแบ่งได้หลายชนิด

ด้วยความที่ วาฟเฟิล เป็น เบเกอรี่ยอดนิยม เป็นที่รู้จัก และรับประทานกันไปทั่วโลก โดยเฉพาะชาวอเมริกันที่รับประทานเป็นอาหารว่าง และชาวเบลเยี่ยมที่รับประทานเป็นสตรีทฟู้ดประจำชาติ ทำให้ปัจจุบันมีหลากหลายสูตรที่อร่อยแตกต่างกัน เพราะถูกรังสรรค์ดัดแปลงสูตรให้ถูกปากคนแต่ละพื้นที่ หากใครกำลังสงสัยว่า วาฟเฟิลมีกี่แบบ เราก็ได้นำข้อมูลดีๆมาตอบให้คลายข้อสงสัย ดังนี้

  • AMERICAN WAFFLES อเมริกันวาฟเฟิล ทำมาจากแป้ง น้ำ และเบกกิ้งโซดา ใส่น้ำตาล หรือไม่ใส่ลงไปในแป้งก็ได้ ตัวขนมมีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม เนื้อสัมผัสหนา นุ่ม ฟู และเบากรอบ นิยมนำมารับประทานคู่กับท็อปปิ้งได้ทั้งคาวหวาน 
  • BRUSSELS WAFFLES บรัสเซลส์วาฟเฟิล วาฟเฟิลดั้งเดิมของเบลเยี่ยม มีความคล้ายคลึงกันกับอเมริกันวาฟเฟิล เนื้อสัมผัสคล้ายกัน แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่า และบางกรอบ นิยมนำมารับประทานเป็นขนมหวาน โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง
  • LIEGE WAFFLES เบลเยี่ยมวาฟเฟิล เป็นวาฟเฟิลสีเหลืองทองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จุดเด่นที่ทำให้เมนูนี้แตกต่างจากแบบอื่นๆ คือ มีน้ำตาลละลาย หรือคาราเมลเคลือบชิ้นขนม รสชาติหวานละมุน ผสานกับกลิ่นวานิลลา หรือชินนามอน เนื้อสัมผัสแน่น และมีขนาดเล็กกว่า BRUSSELS WAFFLES
  • STROOPWAFEL หรือขนมรังผึ้งน้ำเชื่อมมีต้นกำเนิดที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ลักษณะแผ่นกลมบางสองแผ่นประกบกัน สอดไส้ด้วยน้ำเชื่อม หรือน้ำตาลเชื่อม 
  • HONG KONG WAFFLES หรือ EGG WAFFLE วาฟเฟิลแป้งบางกรอบ แต่นุ่มด้านใน ทำมาจากไข่ นม เนย แป้ง และน้ำตาล ลักษณะคล้ายขนมครก นิยมนำมาทานคู่กับท็อปปิ้ง ไอศกรีม หรือวิปครีม
วาฟเฟิล

ขนมวาฟเฟิล กับขนมรังผึ้งแตกต่างกันอย่างไร

เชื่อว่ายังคงมีอีกหลายคนที่ยังคิดว่า ขนมรังผึ้ง และขนมวาฟเฟิล เป็นเมนูเดียวกัน เนื่องจากมีลักษณะเป็นลายตารางคล้ายคลึงกันมาก แต่แท้จริงแล้วทั้งสองเมนูมีความแตกต่างกัน เพราะขนมรังผึ้งนั้นถูกจัดเป็น ขนมไทย มักจะเพิ่มรสชาติด้วยธัญพืช ข้าวโพด ลูกเกด ฯลฯ มีรสชาติหวานมันหอมเป็นเอกลักษณ์ และมีการใช้กะทิเป็นวัตถุดิบในการทำขนม เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน อีกทั้งยังมีความบางกว่าวาฟเฟิล

ประโยชน์ของวาฟเฟิล 

การทานวาฟเฟิล ไม่ได้ทำให้น้ำหนักขึ้นเพียงอย่างเดียว ปริมาณแคลอรี่ที่สูงใน ขนมวาฟเฟิล มีทั้งข้อดีและข้อเสีย พลังงานในปริมาณที่เพียงพอช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น จึงสามารถทานวาฟเฟิลเป็น ของว่างทานเล่น คลายหิวระหว่างวันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังการทานของหวานช่วยให้อารมณ์ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวาฟเฟิลยังคงไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน จึงควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ หรือหลีกเลี่ยงการทานในปริมาณที่มากเกินไป

วาฟเฟิล

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการ ทำ วาฟเฟิล นมสด กรอบนอกนุ่มใน

หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ เมนูวาฟเฟิล ขนมหวาน ยอดนิยมกันมาพอสมควรแล้ว มาต่อกันด้วย สูตรวาฟเฟิล นมสด กรอบนอกนุ่มใน เบเกอรี่ทำง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่หัดทำขนม รสชาติถือว่าอร่อยไม่แพ้ร้านดังๆเลยทีเดียว แถมวัตถุดิบยังสามารถหาได้ง่าย และใช้เวลาในการทำไม่นาน สามารถพกพาไปทานเป็นมื้อว่างระหว่างวันได้ บอกเลยว่าทานกับผลไม้สด ราดซอสช็อกโกแลตแล้วฟินสุดๆ หากใครพร้อมแล้วเราไปดูสูตรวิธีทำวาฟเฟิล https://avenueb-pgh.com/ แบบง่ายๆกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

  1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 400 กรัม
  2. ผงฟู 4 ช้อนชา
  3. เกลือ 3/4 ช้อนชา
  4. น้ำตาลทราย 140 กรัม
  5. ไข่ เบอร์ 1 4 ฟอง
  6. นมสดรสจืด 600 กรัม
  7. สารแต่งกลิ่นวานิลลา 4 ช้อนชา
  8. เนยสดรสเค็ม 40 กรัม
  9. น้ำมันพืช 40 กรัม
  10. วัตถุดิบตกแต่งหน้าขนมตามชอบ
วาฟเฟิล

ขั้นตอน วิธีทำวาฟเฟิล ไม่ต้องใช้เครื่องผสมอาหาร

  1. ขั้นตอนแรกในการ ทำวาฟเฟิล เริ่มจากการเตรียม แป้งวาฟเฟิล โดยการร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ และผงฟูใส่ชามผสม จากนั้นนำไข่ไก่ น้ำตาลทราย และเกลือใส่ลงไปในชามผสมอีกหนึ่งชาม คนด้วยตะกร้อมือให้ส่วนผสมละลายเข้ากันดี เสร็จแล้วใส่แป้ง และผงฟูที่เตรียมไว้ใส่ลงไป คนต่อให้เข้ากันจนแป้งจับตัว
  2. เมื่อแป้งจับตัวกันดีแล้ว ทยอยใส่นมสดรสจืดลงไปในระหว่างคนให้เข้ากันดี จนไม่เหลือเม็ดแป้ง ต่อด้วยการเติมนมที่เหลือ และสารแต่งกลิ่นวานิลลาลงไปคนให้เข้ากัน 
  3. นำเนยสดไปละลายในไมโครเวฟ ประมาณ 10 – 15 นาที และนำมาผสมให้เข้ากันกับน้ำมันพืช ก่อนจะใส่ลงไปในชามผสม ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้ละลายเข้ากันดี 
  4. เตรียม ไส้วาฟเฟิล ที่ต้องการใช้ให้เรียบร้อย เช่น ลูกเกด ข้าวโพด ฝอยทอง แฮม ปูอัด ฯลฯ ใช้กระดาษทิชชู่ชุบน้ำมันเช็ดให้ทั่ว เครื่องทำวาฟเฟิล และปิดฝาเปิดเครื่องรอให้ร้อนได้ที่ คนแป้งวาฟเฟิลเล็กน้อยแล้วตักใส่เครื่องทำวาฟเฟิลให้ทั่ว ตามด้วยการใส่ไส้ขนมที่เตรียมไว้ลงไปตามชอบ ปิดด้วยการราดแป้งวาฟเฟิลทับลงไปอีกครั้ง แล้วปิดฝาเครื่องทำวาฟเฟิลประมาณ 1 นาที 
  5. เมื่อขนมสุกดีแล้วให้นำออกมาพักไว้ ทำส่วนที่เหลือต่อได้เลย เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน หากใครต้องการตกแต่งหน้าขนมก็สามารถแต่งเพิ่มได้ตามชอบนะคะ
วาฟเฟิล

บทสรุป

ก่อนจากกันในบทความนี้ รู้หรือไม่ว่า ทุกวันที่ 25 มีนาคม ในประเทศสวีเดน มีการจัด วันวาฟเฟิล (WAFFLE DAY) เป็นของตัวเอง เพื่อเฉลิมฉลองต้อนรับวันแห่งการเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูหนาว ไปยังฤดูใบไม้ผลิ และในประเทศอเมริกันก็ได้มีการจดสิทธิบัตร เตาวาฟเฟิลรูปรังผึ้ง ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1869 และได้จัดวันฉลองกินวาฟเฟิล (INTERNATIONAL WAFFLE DAY) ขึ้น ในวันที่ 24 สิงหาคม ของทุกปี