ชีสเค้กหน้าไหม้ BASQUE BURNT CHEESECAKE สูตรเบเกอรี่ เนื้อนุ่ม

ชีสเค้กหน้าไหม้
สารบัญบทความ

BASQUE BURNT CHEESECAKE หรือที่เราเรียกกันว่า ชีสเค้กหน้าไหม้ คือ ขนมเค้กที่ทำจากครีมชีสเข้มข้น เนื้อแน่น แต่ละลายในปาก แม้ว่าหน้าขนมจะไหม้เป็นสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงเข้ม แต่นี่แหละถือเป็นความพิเศษของเมนูนี้ที่ทำให้แตกต่างจาก เมนูชีสเค้ก ทั่วไป

ทำให้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะรู้สึกได้ถึงความหวานละมุนของครีมชีส ผสานรสขมจางๆที่ปลายลิ้น แถมยังหอมกลิ่นคาราเมลที่หน้าเค้กซึ่งเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย นิยมนำมารับประทานคู่กับชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ซึ่งไม่ว่าจะนำไปรับประทานกับเมนูไหนก็เข้ากันเป็นอย่างดี

แนะนำ เมนูเบเกอรี่ ชีสเค้กหน้าไหม้ มีหลายเรื่องราวน่าสนใจ

เชื่อว่าเมนู ชีสเค้ก หน้าไหม้ หรือ บาสก์ชีสเค้ก เบเกอรี่ยอดนิยม ของเราในบทความนี้ คงเป็นเมนูโปรดปรานของใครหลายๆคน ไม่ว่าร้านเบเกอรี่ ร้านขนมหวาน หรือคาเฟ่ ก็มักจะทำเมนูนี้ออกมาวางขายกันมากมาย เนื่องจากเนื้อครีมชีสที่หอมละมุนกลมกล่อมลงตัว รสชาติหวานกำลังดีละลายในปาก

ใครได้ลองทานก็ต่างเป็นอันต้องติดใจกันทุกราย จนเคยสร้างกระแสฮิตไปทั่วโซเชียลมาแล้ว ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกตามีความไหม้ และไม่นิยมแต่งหน้าเหมือนเค้กชิ้นอื่นๆ ทำให้เป็นที่สนใจของหลายคน ใครยังไม่เคยรับประทานมาก่อนเลย https://avenueb-pgh.com/ จะขอพาไปทำความรู้จักกับ เมนูชีสเค้ก เมนูนี้กันให้ดีก่อนจะไปเรียนรู้ สูตรเบเกอรี่ ที่ทำง่ายกว่าที่คิด

ชีสเค้กหน้าไหม้

ประวัติความเป็นมาของ ชีสเค้ก หน้าไหม้

ชีสเค้กหน้าไหม้ นอกจากจะอร่อยเป็นที่ถูกใจของหลายๆคนแล้ว ยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมาก คือ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสเปน ในเมือง ซาน เซบาสเตียน แคว้นบาสก์ ทำให้นิยมเรียกกันด้วยชื่อ BASQUE BURNT CHEESECAKE ตามแหล่งกำเนิด แต่ชาวสเปนจะเรียกกันว่า TARTA DE QUESO หรือ SAN SEBASTIAN CHEESECAKE

ถูกคิดค้นสูตรโดยเชฟชาวสเปนชื่อว่า SANTIAGO RIVERA โดยเขาได้สืบทอดกิจการร้านอาหาร LA VINA ต่อจากผู้เป็นพ่อ เขาจึงได้คิดค้น สูตรขนมหวาน สูตรนี้ขึ้นมา ด้วยการใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายคือ ครีมชีส ไข่ไก่ น้ำตาล และวิปปิ้งครีมเพียงเท่านั้น

แม้ว่าวัตถุดิบในการทำจะไม่แตกต่างจากเบเกอรี่ทั่วไป และยังน้อยกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่รสชาติของเมนูนี้ต้องบอกเลยว่าพิเศษ และไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ทำให้ เมนูเบเกอรี่ นี้ได้รับความนิยมมากในประเทศสเปน ก่อนจะถูกเผยแพร่ส่งต่อสูตรจนเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย และได้มีการปรับปรุงสูตรให้มีรสชาติถูกปาก หลากหลาย และตกแต่งรูปลักษณ์ให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น 

ชีสเค้กหน้าไหม้

ชีสเค้กหน้าไหม้ญี่ปุ่น ถูกดัดแปลงจนได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ

ในช่วงปี ค.ศ. 2018 ชีสเค้กหน้าไหม้ ถูกนำไปเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น จนเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยร้านแรกที่ได้มีการนำ ขนมชีสเค้ก หน้าไหม้ จากสเปนมาทำขายในประเทศญี่ปุ่น มีชื่อว่า GAZTA และด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่รังสรรค์เบเกอรี่ ให้ออกมามีหน้าตาน่ารักแทบทุกเมนู

BASQUE CHEESE CAKE เองก็ถูกดัดแปลงให้น่ารับประทานตามสไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มกลิ่นหอมคาราเมลของหน้าไหม้ และเปลี่ยนเนื้อเค้กเป็นกึ่งสุกด้านใน ทำให้มีความละมุน และรสชาติครีมชีสเต็มรสมากขึ้น ต่อมาก็ได้มีร้านขนมหวานญี่ปุ่นทำเมนูออกมาวางขายกันมากมาย จนเรียกได้ว่าเป็นเมนูเบเกอรี่ที่โด่งดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

ความนิยมของ เมนูชีสเค้กหน้าไหม้ ในประเทศไทย

เมื่อ ชีสเค้กหน้าไหม้ ถูกเผยแพร่มายังประเทศไทย และได้รับความนิยมอย่างล้นเหลือ จนกลายเป็น เบเกอรี่ขายดี ในหลายๆร้าน เชฟขนมหวาน ไทยหลายคนก็ไม่พลาดที่จะหยิบยกมาดัดแปลงด้วยเช่นกัน โดยเป็นการดัดแปลงให้มีรสชาติหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น ชีสเค้กชาเขียว ช็อคโกแลต ส้ม ฯลฯ รวมถึงมี ชีสเค้กหน้าไหม้มินิ ในรูปแบบชิ้นเล็กจิ๋ว ราคาถูกลง ทานได้สะดวก และยังคงความอร่อยไม่ต่างจากชิ้นใหญ่ แต่หากใครชอบทาน ขนมหวาน เหมือนผู้เขียนแล้วละก็ขอเตือนไว้ว่าชิ้นเล็กแบบนี้คงไม่พอเป็นแน่ 

ชีสเค้กหน้าไหม้

ความแตกต่างของ ชีสเค้กหน้าไหม้ และชีสเค้กทั่วไป

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ชีสเค้ก หน้าไหม้ มีราคาเทียบเท่า หรืออาจจะสูงกว่า เมนูชีสเค้ก ทั่วไป นั่นอาจเป็นเพราะว่าเป็น เมนูขายดี ที่ใครๆก็ต่างอยากรับประทานกันทั้ง แต่หากจะให้บอกถึงความแตกต่างของทั้งสองเมนู คงต้องเริ่มกันที่รูปลักษณ์ที่ความไหม้คาราเมลบนหน้าเค้ก มีรสขมเล็กๆผสานกลิ่นหอมเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร เข้ากันได้ดีกับเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มละเอียดกว่าเนื้อชีสเค้กทั่วไป จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้ว่าหน้าตาจะดูแปลก แต่กลับกลายเป็นเมนูขายดีที่ใครๆต่างก็อยากทานกันดูสักครั้ง

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำ ชีสเค้กหน้าไหม้ สูตรทำง่าย

ชีสเค้ก หน้าไหม้ ถือเป็นหนึ่งใน เบเกอรี่ทำง่าย ไม่มากมายขั้นตอน วัตถุดิบในการทำน้อย ทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่ายทั่วไป จึงเหมาะกับมือใหม่ที่อยากลอง ทำเบเกอรี่ ทานเองสักหนึ่งเมนู เราเชื่อว่าเมนูนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคุณ เพียงเตรียมวัตถุดิบ และทำตาม สูตรชีสเค้กหน้าไหม้ ง่ายๆที่เราได้นำมาบอกต่อกันในบทความนี้ หรือหากใครอยากนำไปทำขายก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น อย่าพลาดที่จะลองทำเบเกอรี่เมนูนี้ด้วยตัวเองกันดูสักครั้งนะคะ

วัตถุดิบ

  1. ครีมชีส อุณหภูมิห้อง 430 กรัม
  2. น้ำตาลทราย 120 กรัม
  3. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  4. วิปปิ้งครีม 270 กรัม
  5. แป้งเค้ก 20 กรัม
  6. สารแต่งกลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
ชีสเค้กหน้าไหม้

ขั้นตอนวิธีการทำ 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ ชีสเค้ก หน้าไหม้ เริ่มจากการผสมแป้งเค้ก และวิปปิ้งครีมให้ละลายเข้ากัน ไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำครีมชีสมาตีด้วยเครื่องผสมอาหารสปีดกลาง ระหว่างตีให้ทยอยเติมน้ำตาลทรายที่เตรียมไว้ลงไปจนหมด เมื่อละลายเข้ากันดีแล้วให้กดหยุดเครื่องแล้วใช้ไม้พายปาดครีมชีสที่ติดอยู่ขอบชามผสม ให้มาอยู่ตรงกลาง ก่อนจะเปิดเครื่องผสมอาหารอีกครั้งแล้วทยอยใส่ไข่ไก่ที่เหลือลงไปตีให้เข้ากันทีละฟอง ตามด้วยวิปปิ้งครีมที่ผสมกับแป้งเค้กเตรียมไว้แล้ว และสารแต่งกลิ่นวานิลลา ตีต่อให้ละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียว 
  2. เตรียมพิมพ์เค้กวงกลมขนาด 6 นิ้ว หรือ 1 ปอนด์ รองฐานพิมพ์ด้านนอกด้วยกระดาษฟอยล์ และทาเนยให้ทั่วพิมพ์ด้านใน ต่อด้วยการใช้กระดาษรองอบรองที่พิมพ์ด้านในอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ ขนมชีสเค้กหน้าไหม้ ของเราติดพิมพ์
  3. นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 ใส่ลงไปในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ก่อนนำไปอบด้วยอุณหภูมิ 240 องศา ไฟบนล่าง เป็นเวลา 30 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก และหน้าไหม้ดี เมื่อรอจนครบเวลาแล้วให้นำออกมาพักไว้ในตู้เย็นให้ขนมเซตตัว แล้วจึงนำออกมาตัดรับประทานได้เลยค่ะ
ชีสเค้กหน้าไหม้

บทสรุป

จบลงไปแล้วกับบทความสอนทำ ชีสเค้กหน้าไหม้ สูตรทำง่าย ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้เลือกทำตามได้หลากหลาย สูตรเบเกอรี่ หลายรสชาติมาก แต่ยังคงความหน้าไหม้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เอาไว้อยู่ หากใครต้องการตก แต่งหน้าเค้ก เพิ่มเติมให้สวยงามน่ารับประทานก็สามารถนำวิปปิ้งครีม และผลไม้ต่างๆมาแต่งหน้าขนมได้

อีกทั้งผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวยังเข้ากันได้ดีกับเนื้อครีมชีสสุดละมุน ทานคู่กับชากาแฟแล้วอร่อยฟินจนลืมเรื่องน้ำหนักไปเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ต้องงดน้ำตาล เราขอแนะนำให้รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ควบคู่กับการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ